พื้นคอนกรีตของท่าเทียบเรือต้องรับทั้งน้ำหนักบรรทุกมหาศาลจากเครื่องจักรและสินค้า พร้อมกับเผชิญสภาพแวดล้อมทางทะเลที่กัดกร่อนรุนแรงตลอดเวลา เมื่อพื้นผิวเสื่อมสภาพ การซ่อมแซมจึงไม่ใช่แค่การเทคอนกรีตทับ แต่ต้องอาศัยหลักวิศวกรรมโครงสร้าง การจัดการเหล็กเสริม และการเลือกวัสดุที่ทนต่อสภาพทะเล บทความนี้อธิบายหลักการและกระบวนการซ่อมแซมพื้นคอนกรีตท่าเทียบเรืออย่างถูกต้อง พร้อมตัวอย่างผลงานจริงจากหน่วยธุรกิจ CTE ของ WCE
โครงสร้างคอนกรีตริมทะเลเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยเฉพาะ การแทรกซึมของคลอไรด์ (Chloride Attack) จากน้ำทะเลและละอองเกลือ ที่ซึมเข้าไปทำให้ เหล็กเสริมเกิดสนิม (Rebar Corrosion) เมื่อสนิมขยายตัวจะดันให้คอนกรีตแตกร้าวและกะเทาะหลุด (Spalling) ประกอบกับ ภาระน้ำหนักหนักและการขัดสี จากการใช้งานท่าเรือต่อเนื่อง และวัฏจักรเปียก–แห้งจากน้ำขึ้นน้ำลง ทั้งหมดนี้เร่งให้พื้นผิวและโครงสร้างเสื่อมสภาพ
อาการที่บ่งชี้ว่าพื้นคอนกรีตท่าเทียบเรือต้องได้รับการซ่อม ได้แก่ รอยแตกร้าวที่ลุกลาม คอนกรีตกะเทาะจนเห็นเหล็กเสริมที่เป็นสนิม ผิวหน้าสึกหรอเป็นหลุมบ่อ และการทรุดตัวเฉพาะจุด การประเมินและซ่อมแซมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยป้องกันความเสียหายที่ลุกลามถึงโครงสร้างหลักและยืดอายุการใช้งานของท่าเทียบเรือ
ตรวจสอบขอบเขตและระดับความเสียหายของพื้นผิวและเหล็กเสริม เพื่อกำหนดพื้นที่ที่ต้องรื้อ ความลึกในการสะกัด และปริมาณเหล็กที่ต้องเปลี่ยน
สะกัดคอนกรีตส่วนที่แตกร้าวและเสื่อมสภาพออกจนถึงเนื้อคอนกรีตที่ยังสมบูรณ์ และเปิดผิวเหล็กเสริมเดิมเพื่อตรวจสอบและเตรียมงานต่อ ขั้นตอนนี้ต้องควบคุมไม่ให้กระทบโครงสร้างรับน้ำหนักหลัก
ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนเหล็กเสริมที่เป็นสนิม จากนั้นผูกเหล็กเสริมใหม่ตามแบบวิศวกรรมและติดตั้งแบบหล่อ (Formwork) เพื่อควบคุมรูปทรงและระดับของพื้นที่จะเท
เทคอนกรีตที่มีคุณภาพและส่วนผสมเหมาะกับงานทางทะเล ควบคุมการเท การจี้เขย่า และการปรับระดับผิวให้ได้ตามแบบ เพื่อให้คอนกรีตแน่นตัวและไม่มีโพรงอากาศ
บ่มคอนกรีตอย่างเหมาะสมเพื่อให้ได้กำลังอัดตามข้อกำหนดและลดการแตกร้าวจากการหดตัว ก่อนตรวจสอบคุณภาพและส่งมอบพื้นที่ให้กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย
งานคอนกรีตทางทะเลควรเลือกส่วนผสมที่มีความทนทานต่อคลอไรด์และการซึมผ่านต่ำ ควบคุมกำลังอัดและระยะหุ้มเหล็ก (Concrete Cover) ให้เพียงพอต่อการป้องกันสนิม และดำเนินการตามแนวทางมาตรฐานงานคอนกรีตและการซ่อมคอนกรีต เช่น แนวทางของ ACI (American Concrete Institute) ควบคู่กับการควบคุมคุณภาพวัสดุและการทำงานทุกขั้นตอน
งานซ่อมท่าเทียบเรือมักดำเนินการในพื้นที่ที่ยังต้องรองรับการปฏิบัติงานของท่าเรือ ภายใต้ข้อจำกัดด้านพื้นที่ สภาพอากาศทางทะเล และการประสานงานให้กระทบการใช้งานน้อยที่สุด การวางแผนงานเป็นช่วง (Phasing) และการบริหารความปลอดภัยในพื้นที่ริมน้ำจึงเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ
หน่วยธุรกิจ CTE (Construction Technology and Engineering) ของ WCE ได้ดำเนินโครงการ ซ่อมแซมพื้นคอนกรีตท่าเทียบเรือ C1 ให้กับผู้ประกอบการท่าเรือน้ำลึกรายใหญ่ ครอบคลุมงานตั้งแต่การสะกัดพื้นคอนกรีตเดิม การผูกเหล็กเสริมพร้อมเข้าแบบ การเทคอนกรีต จนถึงการบ่มและส่งมอบพื้นที่
ทีมงานดำเนินการตามหลักวิศวกรรมโครงสร้างและควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน ภายในกรอบเวลาที่กำหนด (13 กุมภาพันธ์ – 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569)
ผลลัพธ์ของโครงการ
โครงการนี้สะท้อนความพร้อมของ WCE ในการให้บริการงานก่อสร้างและซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีต โดยเฉพาะงานในสภาพแวดล้อมทางทะเลที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้านความทนทานและการบริหารงานในพื้นที่ที่ยังเปิดใช้งาน
WCE ให้บริการงานก่อสร้างและซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีต งานโครงสร้างพื้นฐาน และงานวิศวกรรมโยธาแบบครบวงจร โดยทีมวิศวกรและช่างเทคนิคที่มีประสบการณ์ ดูแลตั้งแต่การประเมินหน้างานจนถึงการส่งมอบและบริการหลังงาน
📞 โทร: +66 65-937-6283 📧 อีเมล: international@wce.co.th 🌐 เว็บไซต์: www.wce.co.th
We engineer your success.